การบริหารความเสี่ยง

การบริหารความเสี่ยง

           การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ดำเนินการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ ตามหลักการบริหาร ความเสี่ยงสากล COSO–ERM และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตามข้อเสนอแนะและข้อสังเกตที่สำนักงาน คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กระทรวงการคลัง กำหนดโดยมุ่งเน้นให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคนตระหนักถึง ความสำคัญของการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร ทั้งนี้ เพื่อให้มีความมั่นใจในระดับหนึ่งว่า กกท. จะสามารถ ดำเนินงานได้บรรลุวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ที่กำหนดตามแผนยุทธศาสตร์การกีฬาแห่งประเทศไทย (พ.ศ. 2560) โดยคำนึงถึงการจัดสรรทรัพยากรอย่างเหมาะสมภายในกรอบความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite)

          กกท. ดำเนินการบูรณาการบริหารความเสี่ยงร่วมกันในทุกฝ่ายและสำนักที่เกี่ยวข้อง มีการกำหนด ผู้รับผิดชอบในทุกสาเหตุแท้จริง และในแต่ละแผนการบริหารความเสี่ยง ดำเนินการทบทวนการบริหาร ความเสี่ยงให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และเป้าหมายการดำเนินงานที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยมี คณะกรรมการกำกับดูแลในทุกระดับ กล่าวคือ คณะกรรมการ กกท. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการบริหาร ความเสี่ยงและควบคุมภายในของ กกท. เพื่อดูแลการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในของ กกท. และรายงานต่อคณะกรรมการ กกท. และคณะอนุกรรมการฯ ได้แต่งตั้งคณะทำงานบริหารความเสี่ยงและ ควบคุมภายใน เพื่อกำกับติดตามการดำเนินงานและรายงานผลให้คณะอนุกรรมการฯ รับทราบอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ กกท. บรรลุวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ (พ.ศ. 2560) ได้ตามเป้าหมายจึงมี การบริหารความเสี่ยง โดยการวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงให้ครอบคลุมทั้งปัจจัยภายในและภายนอก ทุกด้านที่อาจส่งผลกระทบต่อความสำเร็จในการดำเนินงานของ กกท. การกำหนดค่าระดับความเสี่ยงที่ ยอมรับได้ให้สอดคล้องกับค่าเป้าหมายและตัวชี้วัดที่สำคัญขององค์กร และจัดทำแผนการบริหารความเสี่ยง เพื่อเตรียมความพร้อมในการป้องกันผลกระทบในด้านลบของความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นต่อองค์กร และสร้าง ความเชื่อมั่นในการประสบความสำเร็จอย่างสมเหตุสมผล และมีการรายงานผลการบริหารความเสี่ยงต่อ คณะทำงานบริหารความเสี่ยงและควบคุมภายใน คณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยงและควบคุมภายใน ของ กกท. และคณะกรรมการ กกท. เป็นรายไตรมาส ทั้งนี้ กกท. ดำเนินการบริหารความเสี่ยงตามหลักการ COSO – ERM ซึ่งครอบคลุมการบริหารความเสี่ยงที่สำคัญ 4 ด้าน ได้แก่

1. ด้านกลยุทธ์ (Strategic)

2. ด้านการปฏิบัติงาน (Operation)

3. ด้านการเงิน (Financial)

4. ด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบต่างๆ (Compliance)

สรุปได้ดังนี้ กกท. ดำเนินการพิจารณาและวิเคราะห์ความเสี่ยง จากวิสัยทัศน์ เป้าหมายยุทธศาสตร์ ตลอดจนตัวชี้วัด ที่สำคัญขององค์กร โดยมีปัจจัยเสี่ยงที่สูงกว่าระดับที่ กกท. รับได้ 7 ปัจจัยเสี่ยง (14 สาเหตุ) และจัดทำ แนวทางและแผนการบริหารความเสี่ยง จำนวน 9 แผน โดยมีเป้าหมายและผลการดำเนินงาน ดังนี้

1. ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ (Strategic)

          กกท. เป็นหน่วยงานหลักในการสนับสนุน และส่งเสริมการกีฬาของประเทศตามยุทธศาสตร์ขององค์กร จึงมีการดำเนินการบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง เกี่ยวข้องกับการพัฒนากีฬาเพื่อความเป็นเลิศและกีฬาเพื่อ การอาชีพ การบริหารจัดการองค์กร และการบริการทางการกีฬาตลอดจนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา

ปัจจัยเสี่ยง RF1. อันดับการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 29 ณ ประเทศมาเลเซีย ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

เป้าหมาย อันดับที่ 1 ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ฯ

แนวทางและแผนบริหารความเสี่ยง

1. เพิ่มความถี่ในการติดตามการบริหารจัดการของสมาคมกีฬาเป้าหมายตามแนวทาง NTC

2. สนับสนุนและพัฒนาผู้เชี่ยวชาญให้ได้รับประสบการณ์เพิ่มขึ้น ผลการดำเนินงาน ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ประเทศไทยได้อันดับที่ 2 (72 เหรียญทอง) และเป็น อันดับที่ 2 ชนิดกีฬาสากล ด้วยผลงาน 49 เหรียญทอง (อันดับ 1 มาเลเซีย 86 เหรียญทอง) 

ปัจจัยเสี่ยง RF3. ไม่สามารถพัฒนาบุคลากรกีฬา เพื่อปฏิบัติหน้าที่ฯ ได้ตามเป้าหมาย เป้าหมาย

บุคลากรทางการกีฬาที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในระดับชาติและนานาชาติ ร้อยละ 94 แนวทางและแผนบริหารความเสี่ยง

3. เพิ่มการประสานงานกับสมาคมกีฬาเพื่อติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรกีฬา

ผลการดำเนินงาน เป็นไปตามเป้าหมาย บุคลากรกีฬาได้ปฏิบัติหน้าที่ระดับชาติและนานาชาติ จำนวน 388 คน จากจำนวน 417 คน คิดเป็นร้อยละ 93.49

ปัจจัยเสี่ยง RF4. ผลงานและสถิติของนักกีฬา Sports Hero ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

เป้าหมาย ผลงานและสถิติของนักกีฬากลุ่มเป้าหมายที่ดีขึ้น ร้อยละ 80

แนวทางและแผนบริหารความเสี่ยง

4. เพิ่มการสนับสนุนด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ให้กับกลุ่มนักกีฬาเป้าหมาย

ผลการดำเนินงาน สามารถดำเนินงานจัดอบรมด้านวิทยาศาสตร์เพิ่มเติมเฉพาะเรื่องให้บุคลากร กกท.และประสานงานติดตามให้คำปรึกษาและแนะนำนักกีฬากลุ่มเป้าหมาย (6 ชนิดกีฬา ได้แก่ กรีฑา, จักรยาน, ยกน้ำหนัก, ยิงธนู, ว่ายน้ำและเรือพาย) อย่างน้อย 1 ครั้งต่อสัปดาห์ มีการจัดทำ แผนการฝึกซ้อมและแข่งขันของนักกีฬารายบุคคลครบทุกคน คิดเป็นร้อยละ 100 ผลงานและสถิติ ของนักกีฬาประเภทสถิติ 6 ชนิดกีฬา ในการแข่งขัน POST-EVENT (กันยายน 2560) เทียบกับ PRE-EVENT นักกีฬามีสถิติการแข่งขันดีขึ้น ร้อยละ 82.11

ปัจจัยเสี่ยง RF5. ระดับความสุขของประชาชนในการมีส่วนร่วมในกีฬาอาชีพไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

เป้าหมาย ความสุขของประชาชนในการมีส่วนร่วมในกีฬาอาชีพ ระดับ 4.06

แนวทางและแผนการบริหารความเสี่ยง

5. เร่งรัดการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์การส่งเสริมและพัฒนานักกีฬาอาชีพ

ผลการดำเนินงาน เป็นไปตามเป้าหมาย ระดับความสุขของประชาชนในการมีส่วนร่วมในกีฬาอาชีพ ประจำปี 2560 เท่ากับ 4.09 (สำรวจจากผู้ที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ ได้แก่ ประชาชน องค์กรกีฬาอาชีพ ผู้ให้การสนับสนุนและบุคลากรกีฬาอาชีพ 13 ชนิดกีฬาๆ ละ 400 ชุด รวมทั้งหมด 5,200 ชุด)

ปัจจัยเสี่ยง RF6. ตรวจพบการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา

เป้าหมาย ร้อยละของนักกีฬาที่ถูกตรวจพบสารต้องห้ามทางการกีฬา (ไม่พบนักกีฬาที่ถูกตรวจ) แนวทางและแผนบริหารความเสี่ยง

7. ฝึกอบรมภาคปฏิบัติในการตรวจสารต้องห้ามทางการกีฬาเพิ่มเติมให้กับนักกีฬากลุ่มเป้าหมาย

ผลการดำเนินงาน เป็นไปตามเป้าหมาย ประสานสมาคมกีฬาเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจก่อนเก็บ ตัวอย่างและจัดอบรมเกี่ยวกับสารต้องห้ามทางการกีฬาทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติให้นักกีฬาที่เตรียม แข่งขันซีเกมส์ได้ตามเป้าหมาย และมีการตรวจพบนักกีฬาที่ใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา จำนวน 1 คน (นักกีฬาทั้งหมด 805 คน) คิดเป็นร้อยละ 0.124 ซึ่งได้ถูกตัดสิทธิในการเข้าร่วมการแข่งขันกีฬา ซีเกมส์ฯ เรียบร้อยแล้ว

2. ความเสี่ยงด้านปฏิบัติงาน (Operation)

          การให้บริการทางกีฬากับบุคลากรทางการกีฬาและประชาชนทั่วไป เป็นอีกหนึ่งพันธกิจหลัก ตามยุทธศาสตร์ของ กกท. ซึ่งดำเนินงานในด้านต่างๆ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เช่น การให้ บริการด้านอุปกรณ์ สถานที่ และสิ่งอำนวยความสะดวก การให้บริการด้านสารสนเทศและสื่อวิชาการ การให้บริการด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา เป็นต้น โดยมุ่งเน้นในส่วนของการพัฒนานักกีฬาและบุคลากร ทางการกีฬาเป็นหลักสำหรับประชาชนทั่วไป กกท. ให้บริการด้านการจัดสถานที่และพื้นที่ออกกำลังกาย ที่หลากหลายทั้งในอัตราที่เหมาะสมและที่ไม่คิดค่าบริการ เพื่อตอบแทนให้กับสังคม และประชาชนผู้มา ใช้บริการให้มีความพึงพอใจอย่างสมเหตุสมผล โดยมีเป้าหมายและผลการดำเนินงาน ดังนี้

ปัจจัยเสี่ยง RF7. ระดับความพึงพอใจฯ ของการบริการทางการกีฬา ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

เป้าหมาย ระดับ 4.26

ผลการดำเนินงาน เป็นไปตามเป้าหมาย จากผลการสำรวจพบว่าผู้ใช้บริการมีความพึงพอใจในบริการ ทางการกีฬาของ กกท. ระดับ 4.28 สูงกว่าปีที่ผ่านมา (ปี 59 = 4.25) โดยด้านระบบการจัดซื้อจัดจ้าง (E-Auction) มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด ดำเนินงานได้ตามแผนการปรับปรุงการให้บริการ ทางการกีฬาของ กกท. ประจำปี 2560 เช่น สถานที่ อุปกรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวก โดยผล ความพึงพอใจฯ