ทนุเกียรติ จันทร์ชุม : เหตุผลที่ต้องสนับสนุนวงการมวยรากหญ้า และแนวคิดเพื่อพัฒนามวยไทย

การแข่งขันมวยไทยรายการ มวยไทยในท้องถิ่นจากรากหญ้าสู่สากล จัดขึ้นโดย สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย ภายใต้แนวคิดของ นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม รองผู้ว่าการ กกท. ฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย

เพื่อส่งเสริม สนับสนุน อนุรักษ์ เผยแพร่ และพัฒนากีฬามวยไทยให้เป็นกีฬาประจำชาติ เพื่อส่งเสริมเอกลักษณ์ ทัศนคติที่ดีให้ประชาชนคนไทยทุกคน พร้อมทั้งส่งเสริม และกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน

รูปแบบการแข่งขัน แบ่งออกเป็นรอบคัดเลือกระดับจังหวัด ดำเนินการร่วมกับผู้จัดรายการแข่งขันมวยไทยในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน 2565 พร้อมทั้งคัดเลือกนักกีฬาจำนวน 16 คนต่อรุ่น เข้าสู่การแข่งขันแบบแพ้คัดออกในรอบชิงแชมป์ระดับภาค 5 ภาค ในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2565

ประกอบด้วย ภาค 1 จังหวัดชลบุรี / ภาค 2 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา / ภาค 3 จังหวัดมหาสารคาม / ภาค 4 จังหวัดพัทลุง / ภาค 5 จังหวัดเชียงราย และรอบชิงชนะเลิศประเทศไทย จะจัดขึ้นในวันที่ 28 และ 29 ธันวาคม 2565 ณ อินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก การกีฬาแห่งประเทศไทย

เหตุผลที่ต้องสนับสนุนวงการมวยรากหญ้า นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม กล่าวว่า

“คนไทยหรือคนทั้งโลกนี้ มีกระแสรัก ที่เขาเรียกว่าทีมนิยมอยู่แล้ว เราเป็นคนไทย เราก็ต้องเชียร์ทีมชาติไทย เราก็จะสร้างกระแสท้องถิ่นนิยมให้กับการแข่งขัน ทำไมเราถึงเลือกเป็นตัวแทนจังหวัด ค่ายมวยส่งแต่ในนามจังหวัด เราต้องการให้เกิดกระแสนิยมของจังหวัด จากคนธรรมดาจะกลายเป็นซูเปอร์ฮีโร่ต่อไปในอนาคต นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นสำหรับนักมวย”

“เราเคยมีจุดที่เราคิดว่าเราพีคสูงสุด คือในพระราชบัญญัติให้บุคคลในวงการมวย มาขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย เราก็มีบุคคลในวงการมวยเข้ามาจดทะเบียน เพื่อเข้ามาอยู่ในระบบเป็นจำนวนมาก นักมวยเองมีมากกว่าสามหมื่นคน ตัวผู้จัดมีมากหลายพันคน”

“ในทางตรงกันข้าม ระยะเวลายิ่งยาวนาน ปรากฏว่าบุคคลที่อยู่ในวงเวียนเริ่มลดน้อยถอยลง เราก็เลยหาหนทางว่า จะมีกลไกใดที่จะเป็นแรงจูงใจให้กับบุคคลเหล่านี้ ซึ่งผมเชื่อว่า ในจำนวนนั้นยังมีอยู่เท่าเดิม หรือมากกว่าเดิม เพราะมวยเป็นวิถีชีวิตของคนไทย แต่เขาไม่เข้ามาอยู่ในระบบ”

“คำว่ารากหญ้า คือการกระจายอยู่ไปทั่วภูมิภาคของประเทศ ทุกๆจังหวัด ทุกๆอำเภอ เราต้องการให้คนเหล่านี้เข้ามาอยู่ในระบบ เราก็เลยใช้กลไกการแข่งขันมวยไทยรากหญ้า มุ่งเน้นเฉพาะนักมวยหน้าใหม่ ได้ผลิตนักมวย ผลิตครูมวย ผลิตบุคคลวงการมวยที่เกี่ยวข้อง เข้ามาสู่วงการมวย และระเบียบการแข่งขัน เราพูดชัดว่าท่านจะต้องขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย ถึงจะมีสิทธิ์เข้าแข่งขัน นี่คือที่มาของคำว่ารากหญ้า”

“เรามองเห็นว่ามันมีกิจกรรมมากมายที่จะต้องควบคู่ไปกับการแข่งขัน กลไกการแข่งขันเพียงกลไกเดียว ไม่สามารถที่จะสร้างความสำเร็จอย่างยั่งยืนได้ เราถือโอกาสไปเป็นองคาพยพ ซึ่งเราขอใช้คำว่าคาราวาน ถามว่าใน 10 คน ใครอยากเรียนมวยไทยบ้าง ถ้าเปรียบเทียบกับเทควันโด ผมว่าจำนวนจะแตกต่างกันนะ”

“เราจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับน้องๆ ยุวชน เยาวชน เหล่านี้ได้อย่างไร เราก็เลยมีกิจกรรม ซี้ด มวยไทย หรือภาษาสมัยใหม่เรียกว่า เมล็ดพันธุ์ใหม่หัวใจรักษ์มวย เพื่อสร้างทัศนคติที่ดีกับกีฬามวยไทย ให้กับเยาวชน ใครก็สามารถประสบผลสำเร็จในชีวิตได้ เหมือนนักกีฬาอาชีพอื่นๆ เพราะฉะนั้น มวยก็เป็นทางเลือกหนึ่ง สำหรับเยาวชน ประชาชนชาวไทย ที่จะใช้ประกอบอาชีพต่อไปได้ในอนาคต”

“การรองรับว่าจะทำอะไร 1. ต้องมีมาตรฐาน 2. เผยแพร่ให้ความรู้ 3.โรดโชว์ สิ่งเหล่านี้ก็จะตามไปเป็นสเต็ปๆ ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลา แต่วันนี้ยืนยันว่า เราจะเริ่มต้นด้วยการทำมาตรฐาน ซึ่งทำแล้ว อยู่ในระหว่างการทำ จะแล้วเสร็จภายในเดือนมกราคมปีหน้า อย่างน้อย 4 มาตรฐาน นั่นคือ มาตรฐานค่ายมวย มาตรฐานการจัดการแข่งขัน มาตรฐานผู้ตัดสิน มาตรฐานผู้ฝึกสอน 4 มาตรฐานหลักนี้ จะแล้วเสร็จภายในเดือนมกราคมปีหน้า และก็จะเผยแพร่ให้ความรู้แก่คนวงการมวยต่อไป”

“เราต้องการให้มวยไทยเป็นกีฬาที่แท้จริง เป็นกีฬาสากลเหมือนกีฬาอื่นๆในโลก แน่นอนว่า การกีฬาแห่งประเทศไทยเอง ไม่สามารถทำได้โดยลำพัง ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะบุคคลทั้ง 7 ประเภท ตั้งแต่ค่ายมวย ครูมวย จนมาถึงโปรโมเตอร์ และผู้ตัดสิน เหล่านี้ล้วนแต่เป็นองคาพยพ เป็นองค์ประกอบที่สำคัญ ที่จะช่วยให้กีฬามวยไทย ยกระดับสู่สากลอย่างรวดเร็ว