อยู่ค่ายใหญ่ แต่หน้าใหม่ ไม่ได้เปรียบ โรจน์ณรงค์ กดดัน ถูกมองเป็นตัวเต็ง

โรจน์ณรงค์ ดาบรันสารคาม ยอมรับ ต้องแบกความกดดันขึ้นชกทุกไฟท์ เพราะทุกคนมองว่าเป็น เต็ง 1 รุ่น 126 ปอนด์ เพียงเพราะอยู่ค่ายใหญ่ ความเชื่อถือดี แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ทำให้ได้เปรียบแต่อย่างใด เนื่องจากศึกมวยไทยรากหญ้าสู่สากล ตัดสินตามอาวุธมวย ไม่สนใจหน้าเสื่อเสียงเชียร์ ที่สำคัญ นักมวยทุกคนเป็นดาวรุ่งฝีมือดี จะประมาทใครไม่ได้เด็ดขาด

 

ศึกมวยไทยรากหญ้าสู่สากล ในวันเสาร์ที่ 26 พ.ย.2565 ณ เวทีชั่วคราว ศูนย์การค้าเซ็นทรัลอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นการชกรอบรองชนะเลิศคู่แรก ใน 6 พิกัดรุ่น (112 ปอนด์, 115 ปอนด์, 118 ปอนด์, 118 ปอนด์ หญิง, 126 ปอนด์, 135 ปอนด์) โดยมีนักมวยดาวรุ่งจากทั่วฟ้าเมืองไทยขึ้นชกคับคั่ง

 

หนึ่งในคู่มวยที่ได้รับความสนใจจากแฟนมวยก็คือ พิกัดรุ่น 126 ปอนด์ เป็นการพบกันระหว่าง โรจน์ณรงค์ ดาบรันสารคาม ตัวแทนคลัสเตอร์ 3-3 จากมหาสารคาม พบกับ ปานเพชร วันชัยยิม ตัวแทนคลัสเตอร์ 4-1 จากสงขลา โดย โรจน์ณรงค์ ถูกยกให้เป็น เต็ง 1 ในรุ่นนี้ เนื่องจากเป็นมวยค่ายใหญ่ มีความเชื่อถือดี ฟอร์มการชกในรอบก็โดดเด่นมาตลอด แต่เจ้าตัวกลับไม่รู้สึกอย่างนั้น

 

“ผมไม่อยากให้ใครมองว่าผมเป็นตัวเต็ง เพราะรู้สึกกดดันตัวเอง จนกลัวจะเกร็งจนชกผิดฟอร์ม เท่าที่ผมนั่งดูฟอร์มคู่ชก และนักมวยที่เข้าร่วมการแข่งขันทุกคน บอกได้เลยว่า นักมวยที่ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศทั้ง 24 คน เป็นมวยฝีมือดีทั้งสิ้น” 

 

“การแข่งขันครั้งนี้ตัดสินตามกติกาที่ระบุไว้ใน พรบ.มวย พ.ศ.2542 ไม่ได้ตัดสินตามเสียงเชียร์ของแฟนมวย ดังนั้น ผมต้องตั้งใจชกให้เต็มที่ ไม่มีประมาทคู่ต่อสู้คนไหนทั้งสิ้น ผมจะชกให้สนุกถูกใจแฟนมวย แพ้ชนะไปวัดกันบนเวทีครับ”