ข่าวสารและกิจกรรม

กองประชาสัมพันธ์ กกท.

7 hours 17 minutes ago

***สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานพระราโชวาทแก่ทัพนักกีฬาไทยก่อนแข่งเอเชียนพาราเกมส์***

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชวโรกาสให้ ร.ท.ณัยณพ ภิรมย์ภักดี ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และนางโปรดปราน สมานมิตร ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) นำคณะนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทีมชาติไทย ชุดเตรียมเข้าร่วมการแข่งขันเอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 5 “ไอจิ-นาโกยา 2026” ณ เมืองนาโกยา จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 16–25 ตุลาคม 2569 เข้าเฝ้าฯ เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา กรุงเทพมหานคร

Cr. ภาพ กองงานในพระองค์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

กองประชาสัมพันธ์ กกท.

11 hours 42 minutes ago

*** กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติมอบเงินรางวัล 236 ล้านบาท แก่ทัพนักกีฬาไทย หลังคว้า 52 เหรียญ ในศึกเอเชียนเกมส์ 2026 ***

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบเงินรางวัลให้แก่นักกีฬา ผู้ฝึกสอน สมาคมกีฬา และเจ้าหน้าที่ที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 “ไอจิ–นาโกย่า 2026” ณ ประเทศญี่ปุ่น โดยมี นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นางโปรดปราน สมานมิตร ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.), นายสุรศักดิ์ เกิดจันทึก รองผู้ว่าการ กกท. ฝ่ายส่งเสริมกีฬา, นายปรีชา ลาลุน รองผู้ว่าการ กกท. ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา, นางสาวศมจรส มิ่งคำเลิศ รองผู้ว่าการ กกท. ฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย, นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ, คณะผู้บริหาร กกท., ผู้บริหารสมาคมกีฬาฯ และนักกีฬา เข้าร่วมงาน ณ ห้อง PAVILION A ชั้น 8 โรงแรมแกรนด์ โฟร์วิงส์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา

การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ จัดพิธีมอบเงินรางวัลให้แก่นักกีฬา ผู้ฝึกสอน สมาคมกีฬา และเจ้าหน้าที่ เพื่อร่วมแสดงความยินดีและเชิดชูเกียรติแก่ทัพนักกีฬาไทยที่สร้างผลงานอันยอดเยี่ยม นำชื่อเสียงและความภาคภูมิใจมาสู่ประเทศไทยจากการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 “ไอจิ–นาโกย่า 2026” ณ ประเทศญี่ปุ่น โดยทัพนักกีฬาไทยสามารถคว้าเหรียญรางวัลมาครองได้รวมทั้งสิ้น 52 เหรียญ จำแนกเป็น 18 เหรียญทอง 13 เหรียญเงิน และ 21 เหรียญทองแดง ครองอันดับที่ 7 ของเอเชีย และเป็นอันดับ 1 ของภูมิภาคอาเซียน ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งก้าวความสำเร็จครั้งสำคัญของวงการกีฬาไทยบนเวทีระดับนานาชาติ

สำหรับเงินรางวัลดังกล่าว นั้น กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติได้อนุมัติจัดสรรตามหลักเกณฑ์เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 236,600,000 บาท ประกอบด้วย เงินรางวัลสำหรับนักกีฬา 165,500,000 บาท ผู้ฝึกสอน 27,050,000 บาท และสมาคมกีฬา 44,050,000 บาท โดยจำแนกตามผลงานของทั้ง 22 สมาคมกีฬา ได้แก่ 1. สมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทย ทำผลงาน 2 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน ได้รับเงินรางวัลรวม 68,800,000 บาท, 2. สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ทำผลงาน 3 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 27,750,000 บาท, 3. สมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย ทำผลงาน 1 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 23,250,000 บาท, 4. สมาคมกีฬาเทคบอลแห่งประเทศไทย ทำผลงาน 3 เหรียญทอง ได้รับเงินรางวัลรวม 18,000,000 บาท, 5. สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย ทำผลงาน 1 เหรียญทอง และ 1 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 14,400,000 บาท, 6. สมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย ทำผลงาน 1 เหรียญทอง และ 1 เหรียญเงิน ได้รับเงินรางวัลรวม 13,500,000 บาท, 7. สมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย ทำผลงาน 1 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 10,500,000 บาท, 8. สมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ทำผลงาน 1 เหรียญทอง และ 1 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 10,000,000 บาท, 9. สมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ทำผลงาน 2 เหรียญทอง และ 1 เหรียญเงิน ได้รับเงินรางวัลรวม 9,000,000 บาท, 10. สมาคมกีฬากาบัดดี้แห่งประเทศไทย ทำผลงาน 1 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 8,400,000 บาท, 11. สมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย ทำผลงาน 1 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน และ 3 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 6,750,000 บาท, 12. สมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ทำผลงาน 2 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 4,500,000 บาท, 13. สมาคมกีฬายูยิตสูแห่งประเทศไทย ทำผลงาน 1 เหรียญทอง และ 2 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 4,500,000 บาท, 14. สมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย ทำผลงาน 1 เหรียญทอง ได้รับเงินรางวัลรวม 3,000,000 บาท, 15. สมาคมกีฬามิกซ์มาเชียลอาร์ตแห่งประเทศไทย ทำผลงาน 1 เหรียญทอง ได้รับเงินรางวัลรวม 3,000,000 บาท, 16. สมาคมกีฬาเรือพายแห่งประเทศไทย ทำผลงาน 1 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 3,000,000 บาท, 17. สมาคมกีฬาคาราเต้แห่งประเทศไทย ทำผลงาน 1 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 2,250,000 บาท, 18. สมาคมกีฬาเทเบิลเทนนิสแห่งประเทศไทย ทำผลงาน 1 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 1,500,000 บาท, 19. สมาคมกีฬายิงเป้าบินแห่งประเทศไทย ทำผลงาน 1 เหรียญเงิน ได้รับเงินรางวัลรวม 1,500,000 บาท, 20. สมาคมกีฬาวินด์เซิร์ฟแห่งประเทศไทย ทำผลงาน 2 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 1,500,000 บาท, 21. สมาคมกีฬากอล์ฟแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ทำผลงาน 1 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 750,000 บาท และ 22. สมาคมกีฬาคูราชแห่งประเทศไทย ทำผลงาน 1 เหรียญทองแดง ได้รับเงินรางวัลรวม 750,000 บาท นอกจากนี้ กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ยังได้มอบเงินรางวัลพิเศษให้กับ “บิว ภูริพล บุญสอน” นักกีฬากรีฑาทีมชาติไทย ที่สร้างผลงานเป็นประวัติศาสตร์ได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นเงิน 800,000 บาท

ทั้งนี้ กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติได้ดำเนินการโอนเงินรางวัลส่วนของนักกีฬาเข้าบัญชีโดยตรง เพื่อให้ได้รับเงินรางวัลอย่างสะดวก รวดเร็ว และครบถ้วนตามสิทธิ พร้อมเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจแก่ทัพนักกีฬาและบุคลากรทางการกีฬา ที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจสร้างผลงาน นำชื่อเสียงและความภาคภูมิใจมาสู่ประเทศไทย

โฆษก กกท. / 8 ตุลาคม 2569

กองประชาสัมพันธ์ กกท.

14 hours 18 minutes ago

28 เยาวชนไทยสู้ศึกใหญ่ยูธโอลิมปิกเกมส์
กกท. ดูแลใกล้ชิด ตั้ง ‘ไทยเฮาส์” ที่เซเนกัล

ความเคลื่อนไหวมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเยาวชน หรือ ยูธโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 4 “ดาการ์ 2026” ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม-13 พฤศจิกายน 2569 ที่กรุงดาการ์ ประเทศเซเนกัล ซึ่งนับเป็นมหกรรมกีฬาระดับโอลิมปิกครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่จัดขึ้นในทวีปแอฟริกา ล่าสุด เจ้าภาพเซเนกัลได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ในการต้อนรับนักกีฬาเยาวชนกว่า 2,700 คน โดยเมืองหลักจะอยู่ที่กรุงดาการ์, ดิอามนิอาดิโอ และซาลี จะเป็นศูนย์กลางการแข่งขันด้วยสนามทั้งหมด 8 แห่ง เพื่อรองรับนักกีฬา ผู้ฝึกสอน เจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร ตลอดจนผู้ชมจากทั่วโลก

นางโปรดปราน สมานมิตร ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยว่า สำหรับทัพนักกีฬาเยาวชนทีมชาติไทย ได้โควตาไปเข้าร่วมมหกรรมกีฬายูธโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 4 รวมทั้งหมด 28 คน ใน 11 ชนิดกีฬา ได้แก่ กรีฑา 2 คน, แบดมินตัน 2 คน, แฮนด์บอลชายหาด 10 คน, วอลเลย์บอลชายหาด 2 คน, มวยสากล 2 คน, ยูโด 1 คน, เรือพาย 2 คน, จักรยาน 1 คน, วินด์เซิร์ฟ 2 คน, กีฬาทางน้ำ 2 คน และ เทเบิลเทนนิส 2 คน

โดยนักกีฬาเยาวชนทีมชาติไทยชุดเข้าร่วมมหกรรมกีฬายูธโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 4 เก็บตัวฝึกซ้อมมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2569 ซึ่ง กกท. ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดีในทุก ๆ ด้าน การเตรียมนักกีฬามีความพร้อม ไม่มีปัญหาเรื่องเบี้ยเลี้ยงแต่อย่างใด
“ส่วนเป้าหมาย กกท. ได้หารือร่วมกับทุกสมาคมกีฬาแล้วพบว่า ด้วยข้อจำกัดของคู่แข่งที่เรายังไม่เห็นรายชื่อ ประกอบกับเวทีแข่งขันระดับเยาวชนมีไม่มากนัก จึงอยากให้นักกีฬาทำผลงานให้ดีที่สุด หรือหากไม่ได้เหรียญรางวัลขอให้ทำลายสถิติของตัวเองให้ได้มากที่สุด โดยในช่วงระหว่างการแข่งขัน กกท. จะมีการจัดตั้ง ไทยเฮาส์ ส่งทีมวิทยาศาสตร์การกีฬา ไปดูแลนักกีฬาอย่างใกล้ชิดด้วย” นางโปรดปราน กล่าว

สำหรับมหกรรมกีฬายูธโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 4 “ดาการ์ 2026” ที่กรุงดาการ์ ประเทศเซเนกัล คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) ต้องการสร้างความเท่าเทียมระหว่างนักกีฬาชายและหญิงอย่างเต็มรูปแบบ จะมีสัดส่วนนักกีฬาชายและหญิง 50-50 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของกีฬาโอลิมปิกเยาวชน นับตั้งแต่การแข่งขันครั้งแรก ที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อปี 2010 โดยครั้งนี้จะมีการชิงชัยทั้งหมด 25 ชนิดกีฬา ชิง 153 เหรียญทอง แบ่งเป็นประเภทชาย 73 รายการ, ประเภทหญิง 73 รายการ และประเภททีมผสม 7 รายการ

อนึ่ง สำหรับมหกรรมกีฬายูธโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 1 ที่ประเทศสิงคโปร์ ปี 2010 ทัพนักกีฬาเยาวชนไทย คว้ามาได้ 4 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน อยู่อันดับ 14 ของตารางเหรียญรางวัล ส่วนครั้งที่ 2 ที่เมืองหนานจิง สาธารณรัฐประชาจีน ปี 2014 ไทยทำได้ 3 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 3 เหรียญทองแดง อยู่อันดับ 18 ของตารางเหรียญรางวัล และครั้งที่ 3 ที่กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนติน่า ปี 2018 ไทยคว้ามา 5 เหรียญทอง 5 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง อยู่อันดับ 13 ของตารางเหรียญรางวัล

กองประชาสัมพันธ์ กกท.

16 hours 16 minutes ago

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการจัดงาน Princess’s Cup Thailand 2026 ครั้งที่ 2/2569 โดยมี นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นางโปรดปราน สมานมิตร ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) , นายปรีชา ลาลุน รองผู้ว่าการ กกท. ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา, นายพัสกร รังสิวัฒนศักดิ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และโฆษกกระทรวงฯผู้บริหาร และคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสุวรรณวิจิตร ชั้น 7 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569

สำหรับการแข่งขันกีฬาขี่ม้ารายการ Princess’s Cup Thailand 2026 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 - 29 พฤศจิกายน 2569 ณ สนามขี่ม้ากองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสน โดยมีการแข่งขัน 3 ประเภท ได้แก่ การแข่งขันศิลปะบังคับม้า การแข่งขันขี่ม้ากระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง และการแข่งขันกระโดดข้ามเครื่องกีดขวางในระดับนานาชาติ นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนที่สนใจเกี่ยวกับการแข่งขันกีฬาขี่ม้าได้มีส่วนร่วมอีกด้วย

ข่าวกีฬา

ข่าวประกาศ

ประกาศจัดซื้อจัดจ้าง

การกีฬาแห่งประเทศไทย

อยู่เคียงข้างทุกเส้นทางของนักกีฬาไทย

บริการของเรา

สนามกีฬาและศูนย์ฝึกกีฬาสำหรับการฝึกซ้อม หัวใจความสำเร็จของการแข่งขัน

แหล่งศึกษาเรียนรู้ด้านการกีฬา

สถานที่ออกกำลังกาย

ค้นหาสนามกีฬาและสถานที่ออกกำลังกาย ทั่วประเทศไทย ผ่าน “SAT PLAY”

SAT KM & IM

การจัดการความรู้ และการจัดการนวัตกรรม ของการกีฬาแห่งประเทศไทย

บุคลากรการกีฬา

ข้อมูลบุคลากรทางการกีฬา